1

ตรวจสอบสินค้าให้เรียบร้อยก่อนออกจากร้าน
หลังจากชำระเงินและรับทองแล้ว ควรตรวจสอบสินค้าทันทีเพื่อความถูกต้องและความสบายใจ
สิ่งที่ควรเช็ก ได้แก่
- น้ำหนักทองตรงตามที่ซื้อ เช่น 0.6 กรัม, 1 กรัม, 1 สลึง, 2 สลึง หรือ 1 บาท
- ลายทองและแบบสินค้าถูกต้องตามที่เลือก
- ตัวล็อก ตะขอ ข้อต่อ หรือจุดเชื่อมต่าง ๆ แข็งแรง
- ไม่มีรอยบุบ รอยขาด หรือความเสียหายที่ผิดปกติ
- ป้ายสินค้าและรายละเอียดตรงกับใบรับประกันหรือใบเสร็จ
สำหรับเครื่องประดับทอง เช่น สร้อยคอ สร้อยข้อมือ แหวน หรือกำไล ควรลองสวมใส่เพื่อตรวจสอบขนาด ความพอดี และความสะดวกในการใช้งานก่อนออกจากร้าน
2

เก็บใบเสร็จและใบรับประกันทุกครั้ง
ใบเสร็จและใบรับประกันเป็นเอกสารสำคัญมากหลังการซื้อทอง เพราะใช้เป็นหลักฐานยืนยันรายละเอียดสินค้า เช่น น้ำหนักทอง ราคา วันที่ซื้อ และสาขาที่ซื้อ
ควรเก็บเอกสารเหล่านี้ไว้ให้ดี เพราะอาจจำเป็นต้องใช้ในกรณีต่อไปนี้
- นำทองกลับมาขาย
- เปลี่ยนแบบสินค้า
- ฝากหรือจำนำทอง
- ตรวจสอบประวัติการซื้อ
- ใช้ยืนยันเงื่อนไขการรับประกันสินค้า
แนะนำให้ถ่ายรูปใบเสร็จและใบรับประกันเก็บไว้ในโทรศัพท์อีกหนึ่งชุด เพื่อป้องกันเอกสารสูญหายหรือชำรุด
3

ตรวจสอบรายละเอียดบนใบรับประกัน
หลังได้รับใบรับประกัน ควรตรวจสอบข้อมูลให้ครบถ้วนก่อนกลับบ้าน
ข้อมูลที่ควรดู ได้แก่
- ชื่อร้านหรือสาขาที่ซื้อ
- วันที่ซื้อสินค้า
- ประเภทสินค้า
- น้ำหนักทอง
- ราคาสินค้า
- รายละเอียดค่ากำเหน็จ
- เงื่อนไขการรับซื้อคืนหรือเปลี่ยนสินค้า
- ตราประทับหรือข้อมูลยืนยันจากร้าน
หากพบว่าข้อมูลไม่ตรงกับสินค้าที่ซื้อ ควรแจ้งพนักงานทันที เพื่อให้แก้ไขก่อนนำสินค้าออกจากร้าน
4

ดูแลทองให้เหมาะกับการใช้งาน
ทองคำเป็นโลหะมีมูลค่า แต่เครื่องประดับทองอาจเกิดรอย ขาด งอ หรือหมองได้ หากใช้งานไม่เหมาะสม โดยเฉพาะทองลายโปร่ง ลายถัก หรืองานที่มีรายละเอียดเล็ก
วิธีดูแลทองเบื้องต้น
- ถอดทองก่อนออกกำลังกาย
- ถอดทองก่อนอาบน้ำ ว่ายน้ำ หรือเล่นน้ำทะเล
- หลีกเลี่ยงการโดนน้ำหอม ครีม โลชั่น หรือสารเคมี
- ไม่ควรใส่ทองขณะนอนหลับ โดยเฉพาะสร้อยหรือสร้อยข้อมือ
- หลีกเลี่ยงการดึง กระชาก หรือเกี่ยวกับเสื้อผ้า
- เก็บแยกชิ้นเพื่อป้องกันทองเสียดสีกัน
การดูแลอย่างถูกวิธีจะช่วยให้ทองคงความเงางามและลดโอกาสเกิดความเสียหายระหว่างใช้งาน
5

วิธีเก็บทองให้ปลอดภัย
ทองเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่า ควรเก็บไว้ในที่ปลอดภัยและเป็นระเบียบ
คำแนะนำในการเก็บทอง
- เก็บในกล่องหรือถุงผ้าที่ร้านให้มา
- แยกทองแต่ละชิ้นออกจากกัน
- หลีกเลี่ยงที่ชื้นหรือโดนแสงแดดโดยตรง
- ไม่วางทองรวมกับของแข็งหรือของมีคม
- หากมีทองหลายชิ้น ควรจดบันทึกน้ำหนักและรูปแบบไว้
- เก็บใบรับประกันไว้คู่กับสินค้า หรือจัดเก็บเป็นแฟ้มแยก
หากเป็นทองที่ไม่ได้ใส่บ่อย ควรนำออกมาตรวจสภาพเป็นระยะ เพื่อดูว่ามีจุดชำรุดหรือรอยผิดปกติหรือไม่
6

ทำความสะอาดทองอย่างถูกวิธี
หากทองเริ่มหมองหรือมีคราบจากการใช้งาน สามารถทำความสะอาดเบื้องต้นได้ด้วยวิธีอ่อนโยน
วิธีทำความสะอาดทองเบื้องต้น
- ใช้น้ำสะอาดผสมสบู่อ่อนเล็กน้อย
- แช่ทองไว้สักครู่
- ใช้ผ้านุ่มเช็ดเบา ๆ
- ล้างด้วยน้ำสะอาด
- ซับให้แห้งสนิทก่อนเก็บ
ข้อควรระวัง
- ไม่ควรใช้แปรงแข็ง
- ไม่ควรใช้น้ำยารุนแรง
- ไม่ควรขัดแรงเกินไป
- หากทองมีพลอย เพชร หรือชิ้นส่วนพิเศษ ควรสอบถามร้านก่อนทำความสะอาด
หากไม่มั่นใจ สามารถนำทองกลับมาตรวจเช็กหรือทำความสะอาดกับผู้เชี่ยวชาญที่ร้านได้
7

รู้เงื่อนไขการขายคืนหรือเปลี่ยนแบบ
ก่อนนำทองไปขายคืนหรือเปลี่ยนแบบ ควรทำความเข้าใจเงื่อนไขของร้าน เพราะแต่ละร้านอาจมีรายละเอียดแตกต่างกัน เช่น ราคาทอง ณ วันที่ขายคืน สภาพสินค้า ค่ากำเหน็จ หรือเอกสารที่ต้องใช้
โดยทั่วไปสิ่งที่ควรเตรียม ได้แก่
- ทองคำหรือสินค้าที่ต้องการขายคืน/เปลี่ยน
- ใบรับประกัน
- ใบเสร็จ
- บัตรประชาชน หรือเอกสารยืนยันตัวตนตามเงื่อนไขร้าน
สำหรับลูกค้า Bangkok Golds แนะนำให้เก็บเอกสารให้ครบ เพื่อความสะดวกเมื่อต้องการใช้บริการหลังการขายในอนาคต
8

หากทองชำรุด ควรทำอย่างไร?
หากพบว่าทองขาด งอ ตัวล็อกหลวม หรือมีจุดเสียหาย ไม่ควรซ่อมเอง เพราะอาจทำให้ทองเสียรูปหรือกระทบต่อน้ำหนักสินค้า
ควรนำทองกลับมาที่ร้านเพื่อให้พนักงานตรวจสอบ โดยเฉพาะในกรณีต่อไปนี้
- สร้อยขาด
- ตะขอหลวม
- แหวนผิดรูป
- กำไลงอ
- งานลายโปร่งเสียทรง
- ทองมีรอยผิดปกติหลังใช้งาน
การตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญจะช่วยประเมินได้ว่าควรซ่อม เปลี่ยนอะไหล่ หรือดูแลด้วยวิธีใดจึงเหมาะสมที่สุด
9

เช็กราคาทองเป็นระยะ
ราคาทองมีการเปลี่ยนแปลงตามภาวะตลาด จึงควรติดตามราคาทองเป็นระยะ โดยเฉพาะผู้ที่ซื้อทองเพื่อการออม การลงทุน หรือวางแผนขายในอนาคต
สิ่งที่ควรติดตาม ได้แก่
- ราคาทองคำแท่ง
- ราคาทองรูปพรรณ
- ราคารับซื้อคืน
- แนวโน้มราคาทอง
- ข่าวเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อราคาทอง
การติดตามราคาทองช่วยให้วางแผนซื้อ ขาย หรือออมทองได้ดีขึ้น
10

ใช้บริการหลังการขายจากร้านที่น่าเชื่อถือ
หลังการซื้อทอง การมีร้านที่สามารถให้คำแนะนำและดูแลต่อได้เป็นเรื่องสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสภาพทอง สอบถามเงื่อนไขการขายคืน เปลี่ยนแบบ หรือดูแลเอกสารสินค้า
Bangkok Golds ให้ความสำคัญกับบริการหลังการขาย เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจทั้งก่อนซื้อ ระหว่างซื้อ และหลังซื้อทอง ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าที่ซื้อทองเพื่อสวมใส่ เป็นของขวัญ ออมทอง หรือเก็บเป็นทรัพย์สินระยะยาว
