แนวโน้มราคาทองคำปี 2025–2026: ปัจจัย เศรษฐกิจโลก และสิ่งที่นักลงทุนควรรู้ก่อนตัดสินใจ
ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลกในทุกช่วงเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่ปลายปี 2025 ที่ตลาดการเงินโลกกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อระหว่าง “การผ่อนคลายนโยบายการเงิน” กับ “ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ” หลายฝ่ายเริ่มตั้งคำถามว่า ราคาทองคำจะยังไปต่อได้อีกหรือถึงจุดพักฐานแล้วกันแน่
เพื่อช่วยให้นักลงทุนเข้าใจภาพรวมอย่างเป็นกลาง บทความนี้ได้รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์แนวโน้ม และปัจจัยที่มีผลต่อราคาทองคำจากหลากหลายแหล่งข้อมูลทั่วโลก เพื่อให้คุณสามารถใช้เป็นแนวทางประกอบการตัดสินใจได้อย่างรอบคอบ
ปัจจัยหลักที่กำหนดแนวโน้มราคาทองคำในปี 2025–2026
ทองคำมีปัจจัยขับเคลื่อนหลัก 4 ด้านที่นักลงทุนควรติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่
1. นโยบายการเงินของสหรัฐฯ (Federal Reserve)
หลังจากที่ Fed คงอัตราดอกเบี้ยระดับสูงกว่า 5% ต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2023 เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ล่าสุดสัญญาณการชะลอตัวของเศรษฐกิจและตลาดแรงงานที่เย็นลง ทำให้ตลาดเริ่มคาดว่า Fed อาจปรับลดดอกเบี้ยได้ในช่วง Q1–Q2 ปี 2026
Bank of America (BofA) คาดว่า หาก Fed เริ่มวงจรการลดดอกเบี้ยจริง ราคาทองคำอาจขยับขึ้นแตะ 5,000 ดอลลาร์/ออนซ์ภายในปี 2026
(BofA forecast via Reuters, Oct 2025)
กลไกนี้เกิดจาก “ต้นทุนค่าเสียโอกาส” ของการถือทองคำที่ลดลง — เมื่อตลาดเงินให้ผลตอบแทนน้อยลง ทองคำซึ่งไม่จ่ายดอกเบี้ยจึงกลับมาน่าสนใจขึ้น
2. ทิศทางค่าเงินดอลลาร์และเงินบาท
ราคาทองคำโลกมักเคลื่อนไหว “สวนทาง” กับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ เพราะทองคำซื้อขายเป็นสกุลดอลลาร์ เมื่อดอลลาร์อ่อนค่าลง นักลงทุนต่างชาติจะสามารถซื้อทองได้ในราคาที่ถูกลง (ในสกุลอื่น) ทำให้เกิดแรงซื้อเพิ่ม
ในฝั่งไทย การเคลื่อนไหวของเงินบาทก็มีผลโดยตรงเช่นกัน — หากเงินบาทอ่อนค่าลง 1% ราคาทองคำในประเทศอาจเพิ่มขึ้นราว 400–600 บาทต่อบาททองคำ (ตามค่าเฉลี่ยปี 2023–2025 จากสมาคมค้าทองคำ)
ณ ปลายปี 2025 ค่าเงินบาทอยู่ในช่วง 37.00–37.50 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งถือว่าอ่อนกว่าช่วงกลางปี ทำให้ราคาทองในไทยปรับขึ้นต่อเนื่องแม้ราคาทองโลกเคลื่อนไหวในกรอบ
3. ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์
ทองคำถือเป็น “สินทรัพย์ปลอดภัย” (Safe Haven Asset) ซึ่งมักปรับขึ้นในช่วงที่ตลาดมีความเสี่ยงสูง เช่น
• ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง – ยุโรปตะวันออก
• ความผันผวนของตลาดหุ้นสหรัฐฯ
• ปัญหาหนี้สาธารณะในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่
IMF (กองทุนการเงินระหว่างประเทศ) รายงานในเดือนตุลาคม 2025 ว่า สัดส่วนทองคำในทุนสำรองของธนาคารกลางทั่วโลกเพิ่มขึ้นกว่า 12% ภายใน 2 ปีที่ผ่านมา — สะท้อนถึงการ “กระจายความเสี่ยงจากเงินดอลลาร์” อย่างต่อเนื่อง
(IMF World Economic Outlook, Oct 2025)
4. อุปสงค์จากธนาคารกลางและสถาบันการลงทุน
ธนาคารกลางของจีน, อินเดีย, ตุรกี, และโปแลนด์ ยังคงเป็นผู้ซื้อต่อเนื่อง โดยข้อมูลจาก World Gold Council ระบุว่า การซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกใน H1 ปี 2025 อยู่ที่กว่า 1,100 ตัน ซึ่งสูงที่สุดในรอบ 10 ปี
ขณะเดียวกัน ETF ทองคำรายใหญ่ เช่น SPDR Gold Trust เริ่มกลับมามีกระแสเงินไหลเข้าหลังจากลดการถือครองในช่วงปี 2023–2024 สะท้อนความเชื่อมั่นต่อทองคำในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง
มุมมองจากนักวิเคราะห์ชั้นนำ
แหล่งข้อมูล แนวโน้มที่คาดการณ์ มุมมองหลัก
Morgan Stanley (2025) ราคาทองเฉลี่ยปี 2026 ราว 4,600 ดอลลาร์/ออนซ์ ทองคำจะปรับขึ้นต่อหาก Fed ลดดอกเบี้ยเร็ว
Bank of America (2025) อาจแตะ 5,000 ดอลลาร์/ออนซ์ ในปี 2026 เงินเฟ้อโครงสร้างและดอลลาร์อ่อน
Goldman Sachs (2025) ราคาเคลื่อนไหวในกรอบ 3,900–4,300 ดอลลาร์ ทองอยู่ในภาวะ “พักฐาน” หลังขึ้นแรง
World Gold Council การซื้อทองของธนาคารกลางยังคงหนุนราคา อุปสงค์จริงยังแข็งแกร่ง
สรุปได้ว่า ส่วนใหญ่ยังมอง “ขาขึ้นในระยะกลาง” แต่ระยะสั้นอาจผันผวน เพราะราคาปัจจุบันอยู่ในโซนสูงและอ่อนไหวต่อข่าวเศรษฐกิจรายเดือน
ปัจจัยเฉพาะของตลาดทองในไทย
นอกจากปัจจัยระดับโลกแล้ว นักลงทุนไทยควรเข้าใจบริบทในประเทศด้วย เช่น
ความผันผวนของค่าเงินบาท
เงินบาทที่อ่อนค่าอย่างต่อเนื่องทำให้ราคาทองในประเทศขึ้นเร็วกว่าในตลาดโลก ผู้ซื้อควรพิจารณา “ส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยน” ก่อนตัดสินใจ
ความนิยมทองคำรูปพรรณ
ตลาดทองในไทยกว่า 70% ยังคงอยู่ในรูปทองรูปพรรณ ดังนั้น ผู้ซื้อเพื่อการลงทุนควรพิจารณาทองคำแท่งที่ค่ากำเหน็จน้อยกว่า หรือทองรูปพรรณที่ค่าแรงไม่สูงมากเพื่อเก็บไว้เป็นการลงทุน และยังสามารถนำมาใส่ได้
การปรับตัวของร้านทองยุคใหม่
หลายร้านทอง เช่น Bangkok Golds ได้พัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับดูราคาทองแบบเรียลไทม์และบริการขายผ่านช่องทาง Digital พร้อมคำแนะนำและใบรับประกันสินค้าถึงบ้านคุณ ทำให้การลงทุนทองคำเข้าถึงได้ง่ายและโปร่งใสมากขึ้น
แยก “การเก็บมูลค่า” ออกจาก “เก็งกำไร”
หากคุณซื้อทองเพื่อเก็บมูลค่า ควรเลือกทองแท่งบริสุทธิ์ 96.5% และถือระยะยาว แต่หากเป็นการเก็งกำไรระยะสั้น ควรติดตามกราฟราคาและข่าวเศรษฐกิจรายวันอย่างใกล้ชิด
แนวโน้มปี 2026 — โอกาสและความท้าทาย
ปี 2026 อาจเป็นปีที่ทองคำเคลื่อนไหวในกรอบกว้างขึ้นตามทิศทางนโยบายของ Fed และเศรษฐกิจโลก หาก Fed ลดดอกเบี้ยตามคาด ความต้องการทองจะยังคงสูง ขณะที่อุปทานจากเหมืองทองอาจไม่เพิ่มมากนัก
บทสรุป: “ทองคำยังคงน่าสนใจ แต่ต้องเข้าใจจังหวะ”
ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่มีคุณค่าในทุกวัฏจักรเศรษฐกิจ แต่ช่วงปลายปี 2025 ถึงต้น 2026 ถือเป็นช่วงที่ต้อง “ประเมินให้รอบด้าน” มากกว่าการคาดหวังว่าจะขึ้นอย่างเดียว
หากมองระยะยาว 2–3 ปี ทองคำยังมีแนวโน้มเติบโตจาก
• ทิศทางดอกเบี้ยขาลง
• การกระจายความเสี่ยงของธนาคารกลาง
• การอ่อนค่าของดอลลาร์
แต่ในระยะสั้น อาจเผชิญแรงขายทำกำไรหรือการพักฐานได้ทุกเมื่อ
ผู้ที่สนใจสามารถติดตามราคาทองแบบเรียลไทม์ได้ที่เว็บไซต์หรือเพจของ Bangkok Golds ซึ่งอัปเดตราคาทองทุกวันและมีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาด้านการลงทุนทองคำโดยเฉพาะ


